วันโกหก-April-Fool's-Day-หรือวันเมษาหน้าโง่-คือวันอะไร

วันโกหก April Fool’s Day หรือวันเมษาหน้าโง่ คือวันอะไร

วันโกหก April Fool’s Day หรือวันเมษาหน้าโง่ นี้จะมีการเฉลิมฉลองในหลายประเทศในวันที่ 1 เมษายนของทุกปี โดยผู้คนจะเล่นมุกตลกและเรื่องหลอกลวงต่อกัน ตามสำนักพิมพ์หรือสื่อต่าง ๆ อาจรายงานเรื่องหลอกลวงในวันนี้ และออกมาเฉลยในวันต่อมา เช่น วันนี้ไม่ใช่วันหยุดราชการ เริ่มเป็นที่นิยมตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 19 โดยเฉพาะในแคนาดา ยุโรป ออสเตรเลีย บราซิล และสหรัฐอเมริกา เป็นต้น

ในวันที่ 1 เมษายน April Fool’s Day หรือ วันโกหก มีประวัติความเป็นมาอย่างไร ทำไมชาวโลกเขาถึงต้องสร้างประเพณีโกหกในวันนี้ขึ้นมาเรามีข้อมูลมาบอกเพื่อนๆ ดังนี้เลยจ้า

ประวัติความเป็นมา วันโกหก April Fool’s Day วันเมษาหน้าโง่

ต้นกำเนิดของวันโกหก April Fool’s Day มีเทศกาลฮิลาเรียของโรมัน ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 25 มีนาคมและเทศกาลคนโง่ในสมัยกลาง จัดขึ้นวันที่ 28 ธันวาคม และยังคงเป็นวันซึ่งมีการเล่นตลกอยู่ในประเทศที่พูดภาษาสเปน ใน ตำนานแคนเตอร์บรี ของชอเซอร์ “ตำนานของแม่ชีของพระ” (Nun’s Priest’s Tale) ซึ่งเรื่องมีขึ้น “Syn March bigan thritty dayes and two” นักวิชาการสมัยใหม่เชื่อว่ามีความผิดพลาดในการทำสำเนาในเอกสารเขียนต้นฉบับเท่าที่มีอยู่ และชอเซอร์แท้จริงแล้วเขียนว่า “Syn March was gon”

ดังนั้น วลีนี้เดิมจึงหมายถึง 32 วันหลังเดือนเมษายน คือ 2 พฤษภาคม วันครบรอบการหมั้นระหว่างพระเจ้าริชาร์ดที่ 2 แห่งอังกฤษกับแอนน์แห่งโบฮีเมีย สมเด็จพระราชินีแห่งอังกฤษ ซึ่งเกิดขึ้นใน ค.ศ. 1564 ผู้อ่านกลับเข้าใจผิดว่าวลีนี้หมายถึง “32 มีนาคม” หรือ 1 เมษายน ในตำนานของชอเซอร์ ไก่ตัวผู้ที่หลงตัวเองถูกสุนัขจิ้งจอกตบตา

อย่างไรก็ตาม มีหลายทฤษฎีเกี่ยวกับความเป็นมาของวันโกหก April Fool’s Day บ้างก็ระบุว่า เริ่มจากพวกโรมันโบราณ มีเทศกาลที่เรียกว่า “Cerealia” จัดในช่วงต้นเดือนเมษายน เรื่องเล่านี้มีว่า เทพเจ้าชื่อ Ceres ทรงได้ยินเสียงสะท้อนของพระธิดา Proserpina ตะโกนมาว่า เธอถูกจับตัวไปอยู่ใต้ผืนดินโดยเทพพลูโต Ceres จึงตามเสียงลูกสาวไป และได้พบความจริงที่ว่า การตามเสียงสะท้อนเป็นเรื่องที่ไม่ฉลาดเลย เหมือนว่าพระองค์ทรงถูกหลอกนั่นเอง

นอกจากนี้ยังมีอีกทฤษฎีที่เชื่อว่า วันโกหก April Fool’s Day เกิดจากช่วงฤดูใบไม้ผลิ ที่เล่าสืบต่อกันมาว่า ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ หนุ่มสาวจะออกตามหาความรัก และเป็นช่วงที่พืชเจริญเติบโต ในขณะที่สัตว์ต่าง ๆ ก็หาคู่ด้วย กลุ่มนักบวชจึงพยายามหลอกล่อวิญญาณของความชั่วร้ายอย่างสุดความสามารถ เพื่อไม่ให้มาขัดขวางความรักของทั้งหนุ่มสาว พืช และสัตว์ ดังนั้น จึงเป็นเดือนที่นักบวชจะต้องสวดเพื่อหลอกเหล่าวิญญาณร้ายนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม จะกุเรื่องอำใคร หรือแกล้งใคร ก็ขอให้อยู่ในความพอดีสักหน่อย เดี๋ยวจะบานปลายกลายเป็นเรื่องใหญ่ไป แล้วจะขำกันไม่ออกเอานะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก
th.wikipedia.org
kapook.com
Hand drawn vector created by freepik – www.freepik.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น