“ทาครีมกระปุกละพัน แต่ตื่นมาหน้ายังหมอง… คุณกำลังพลาดอะไรไปหรือเปล่า?”
เคยสงสัยไหมคะว่าทำไมดาราหรือคนที่ผิวสวย ๆ ถึงย้ำนักย้ำหนาเรื่อง “การนอน” คำว่า “Beauty Sleep” นั้นไม่ใช่แค่คำพูดสวยหรู แต่มันคือกลไกทางธรรมชาติที่ทรงพลังที่สุดในการกู้ผิวพังให้กลับมาปัง!
วันนี้ Medtua.com จะพามาเจาะลึกว่า ร่างกายเราซ่อมแซมผิวตอนหลับอย่างไร และถ้าอยากตื่นมาแล้วผิวอิ่มฟูเหมือนดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว ต้องนอนท่าไหน หรือทำอย่างไรบ้าง? ไปดูกันเลยค่ะ
ทำไม “การนอน” ถึงเป็นสกินแคร์ที่ดีที่สุด?
ช่วงเวลาที่เราหลับ คือช่วงเวลาที่โรงงานซ่อมแซมร่างกายทำงานหนักที่สุดครับ โดยเฉพาะเรื่องผิวพรรณ:
- นาทีทองของคอลลาเจน: ขณะหลับลึก ร่างกายจะหลั่ง Growth Hormone ออกมา ซึ่งเจ้าฮอร์โมนตัวนี้จะช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิวที่สึกหรอและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวยืดหยุ่นและลดเลือนริ้วรอย
- ลดฮอร์โมนเครียด (Cortisol): ถ้านอนน้อย ฮอร์โมนเครียดจะพุ่งสูงขึ้น ซึ่งเจ้า Cortisol นี้แหละตัวร้ายที่ไปทำลายคอลลาเจนและกระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานหนัก จนเกิดสิวอักเสบได้ง่าย
- เลือดสูบฉีดดีขึ้น: ตอนนอน ร่างกายจะส่งเลือดไปเลี้ยงผิวหนังมากขึ้น ทำให้ผิวได้รับออกซิเจนและสารอาหารเต็มที่ ตื่นมาผิวจึงดูมีเลือดฝาด ไม่ซีดเซียว
5 เคล็ดลับนอนให้ผิวสวย (ฉบับทำตามได้จริง)
- นอนให้ทัน “Golden Hour” ช่วงเวลาที่ร่างกายหลั่ง Growth Hormone ได้ดีที่สุดคือช่วง 23.00 น. – 01.30 น. ดังนั้นทางที่ดีควรจะหัวถึงหมอนและเริ่มหลับตั้งแต่ 4 ทุ่ม – 5 ทุ่ม เพื่อให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะหลับลึกได้ทันเวลาทองนี้ค่ะ
- เปลี่ยนปลอกหมอนบ่อย ๆ รู้ไหมคะว่าปลอกหมอนคือแหล่งสะสมแบคทีเรียชั้นดี! ฝุ่น ความมันจากเส้นผม และคราบครีมที่ทา ล้วนหมักหมมอยู่บนนั้น แนะนำให้ซักปลอกหมอนอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือถ้าเป็นสิวบ่อย ลองเปลี่ยนมาใช้ ปลอกหมอนผ้าไหม จะช่วยลดการเสียดสีและลดการเกิดริ้วรอยจากการนอนทับได้ด้วย
- ท่านอนก็สำคัญ การ “นอนคว่ำ” หรือ “นอนตะแคง” นาน ๆ อาจทำให้เกิดรอยยับบนใบหน้า (Sleep Lines) สะสมจนกลายเป็นริ้วรอยถาวรได้ ท่านอนที่ดีที่สุดสำหรับผิวคือ “ท่านอนหงาย” ค่ะ แต่ถ้าไม่ถนัด ให้พยายามเลือกหมอนที่รองรับศีรษะได้ดี ไม่กดทับใบหน้า
- อย่าดื่มน้ำเยอะก่อนนอน 1 ชั่วโมง การดื่มน้ำดีต่อผิว แต่ถ้าดื่มเยอะเกินไปก่อนนอน จะทำให้ต้องลุกมาเข้าห้องน้ำกลางดึก ขัดจังหวะการหลับลึก และอาจทำให้ตื่นมาพร้อมกับอาการ “หน้าบวม” หรือตาบวมได้ จิบแต่พอดีดีกว่าค่ะ
- งดจอมือถือก่อนหลับ แสงสีฟ้า (Blue Light) จากหน้าจอ นอกจากจะทำให้นอนไม่หลับแล้ว ยังไปรบกวนนาฬิกาชีวิต ทำให้การซ่อมแซมผิวทำงานได้ไม่เต็มที่ ลองวางมือถือแล้วหยิบหนังสือมาอ่านสัก 15 นาทีก่อนนอน รับรองว่าหลับสบายและผิวดีขึ้นแน่นอน
สกินแคร์ที่แพงที่สุด อาจเทียบไม่ได้กับการนอนหลับที่มีคุณภาพค่ะ คืนนี้ลองวางงาน วางมือถือ แล้วให้เวลาร่างกายได้ชาร์จแบตเต็มที่ดูนะคะ รับรองว่าพรุ่งนี้เช้า กระจกจะสะท้อนความสดใสของคุณออกมาจนคนรอบข้างต้องทักแน่นอน
“Good Night & Good Skin ค่าทุกคน!”



